Showing posts with label Blog Advice. Show all posts
Showing posts with label Blog Advice. Show all posts

Tuesday, June 9, 2009

ใ่ส่ HTML Code ใน Scroll Bar ได้อย่างไร - Thaiblog Advice

HTML code displayed in a scroll box

ดูเหมือนวันนี้จะว่าง (ทำนองนั้น)
ท่องเน็ตไปเรื่อยๆ แล้วเห็น เว็บที่เค๊าให้ Copy code ไปเม้นต์ที่โน่นที่นี่
มี Scroll Bar และให้ Copy Code ได้ด้วย
ก็เลยอยากจะลองทำใส่ใน Blogger บ้าง
หาข้อมูลเป็นภาษาไทย ได้ค่อนข้างยาก
อ่านภาษาอังกฤษได้งูๆปลาๆ เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน
กว่าจะทำงานนี้สำเร็จ
แต่ ก็ทำสำเร็จแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไง ตามมาค่ะ

- การแสดง Code Html ใน blogger เราไม่สามารถ copy code แล้ว paste ลงไปธรรมดาๆได้
เราต้องเปลี่ยน < ให้เป็น และเปลี่ยน >ให้เป็น

- ส่วน Code สำหรับ ทำ Scroll Bar เป็นดังนี้

<div style="width: 395px; height: 400px; background-color: a0ffff; color: 000000; font-family: arial; font-size: 12px; text-align: left; border: 0px solid 00000; overflow: auto; padding: 4px;"></div>


สามารถ copy code ไปใช้งานได้เลย

หรือจะใช้ Code นี้ก็ได้นะคะ (ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ดีกว่า ตรงที่สามารถใช้คำสั่ง copy(Ctr+c),Select All(ctr+a) ใน Scroll bar ได้เลย



- นำ Code Html ที่ต้องการใส่ไว้ใน Scrollbar ใส่ไว้ในระหว่าง เครื่องหมาย >< หรือ <pre></pre>

หมายเหตุ การเปลี่ยน Code Html ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถ post ใน blogger ได้ ง่ายๆ
คือให้ไปที่ http://centricle.com/tools/html-entities/

วาง code Html ลงใน Text box แล้ว กด Encode

ยกตัวอย่างเช่น ต้องการให้ Visitor copy โค้ด ไปใช้ เมื่อทำตามขั้นตอนข้างต้นก็จะได้ดังนี้



Code For Blog,Hi5,Yuwie



ถ้าอ่านแล้ว งง ก็ตามไปอ่านจากต้นฉบับได้นะคะ

http://www.bloggertipsandtricks.com/2008/09/html-code-displayed-scroll-box.html

Saturday, May 3, 2008

วัดอันดับความ Hot ! ของเว็บไซต์

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำเว็บไซต์ นอกจากจะต้องมีความสวยงาม มีเนื้อหาถูกต้องสมบูรณ์แล้ว "การโปรโมทเว็บไซต์" ถือเป็นเรื่องสำคัญในอันดับต้นๆ ของการพัฒนาเว็บไซต์ ให้ประสบความสำเร็จ หลายท่านที่ทำการโปรโมทเว็บไซต์ ย่อมคิดถึง เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Google.com เป็นหลัก เรียกว่า เป็น – ตาย ขาย – คล่อง อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับอันดับเว็บไซต์ของเราใน Google เลยก็ว่าได้ Google มีการให้คะแนนของเว็บไซต์ต่างๆ ที่ตนเองรู้จัก โดยระบบวัดอันดับที่เรียกว่า "Google PageRank"

ถ้าเราอยากวัดระดับความ Hot ของเว็บไซต์ของเรา พูดง่ายๆ ก็คือ ดูว่า Google ให้คะแนนเว็บไซต์เรากี่คะแนนจากคะแนนเต็มสิบ (ยิ่งมากยิ่งดี) โดยเราสามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของเรา หรือเว็บไซต์อื่นๆ ได้ PageRank เท่าไหร่ สามารถดูได้จากการติดตั้งเครื่องมือของ Google ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เครื่องมือตัวนี้คือ Google Toolbar นั่นเอง โดยท่านสามารถดาวน์โหลด มาติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่ http://toolbar.google.com (ฟรีครับ)

วิธีการดูอันดับ
=========

เพียงแค่เปิดเว็บไซต์ที่ต้องการขึ้นมา จากนั้นสังเกตที่แถบ PageRank บริเวณตรงกลางของแถบบาร์ จะแสดงค่า PageRank ให้เห็นทันที โดยเพียงแค่นำเม้าส์วางไว้บนแถบ จะเห็นคะแนนที่ได้ เช่น ReadyPlanet.com ได้คะแนน 5/10 (ได้ 5 เต็ม 10), yahoo.com ได้คะแนน 9/10 (ได้ 9 เต็ม 10) เป็นต้น

อันดับเท่าไหร่ถึงจะดี
=============

เว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัวมา ถ้ากูเกิ้ลยังไม่รู้จัก หรือยังไม่ได้จัดอันดับให้ จะได้อยู่ที่ 0/10 คะแนน โดยถ้าเราได้คะแนนอยู่ที่ 3 ถึง 4 คะแนนก็ถือว่ามีผู้เข้าชม เป็นจำนวนมาก และอยู่ในอันดับที่น่าพอใจแล้ว แต่ถ้าคะแนนตั้งแต่ 5 ขึ้นไป แบบนี้แสดงว่า เว็บไซต์เราไม่ธรรมดาแล้วครับ (เว็บ Sanook.com ซึ่งเป็นเว็บที่มีคนเข้าชมมากที่สุด ในประเทศไทย ได้ 6/10 เท่านั้นเองครับ) และอย่าลืมว่าอันดับมีขึ้นได้ ก็มีลงได้นะครับ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมาย

อันดับจะขึ้นได้อย่างไร
==============

อันดับคะแนนที่ได้จาก PageRank นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมายครับ เช่น

- จำนวนลิงค์ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์เรา
- คุณภาพของลิงค์ (เนื้อหาของเว็บไซต์ที่ลิงค์มา มีความเกี่ยวข้องกันมากน้อยแค่ไหน)
- จำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์
- ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ (เว็บที่เปิดมานานกว่า น่าเชื่อถือกว่า เป็นต้น)

การทำ PageRank ให้สูงขึ้นในแต่ละระดับนั้น ต้องอาศัยความรู้ บวกกับประสบการณ์ และเทคนิควิธีการต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งต้องอาศัยความรู้เรื่อง การจัดทำ Search Engine Optimization อีกด้วยครับ ยกตัวอย่างเช่น การทำอันดับจาก 3 คะแนนให้เป็น 4 คะแนน บางครั้งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน ก็เป็นได้ครับ หากอยากเรียนรู้วิธีการทำ Search Engine Optimization แบบเจาะลึก สามารถลงเข้าอบรมกับทาง ReadyPlanet ก็ได้ครับ คอร์สนี้ คุณทรงยศ มาเป็นวิทยากรสอนเอง สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ครับ


Source: http://www.oknation.net/blog/vistavclub/2008/05/01/entry-18

Tag : วัดอันดับความ Hot ! ของเว็บไซต์ , Blog Advice

Friday, May 2, 2008

จะทำเงินจาก Blog ได้ยังไงบ้าง?

เวลาพูดถึงการหารายได้จาก Web หรือ Blog หลายๆท่านคงคุ้นเคยกับ Banner โฆษณาที่ติดอยู่ในเว็บ ไม่ว่าจะเป็นข้างบนหรือข้างล่าง แต่จริงๆแล้วนอกเหนือจากแบนเนอร์ที่เห็นกันจนชินแล้ว ทั้ง Web และ Blog ก็ยังสามารถหารายได้ได้จากวิธีอื่นๆอีกมากมาย


แต่ส่วนใหญ่การหารายได้มักจะเหมาะกับ Blog หรือ Web ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะต้องยอมรับว่าคนที่จะลงโฆษณาใน Blog หรือ Web เราที่เป็นคนไทยนั้นน้อย ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนต่างชาติ เพราะฉะนั้น Blog หรือ Web ที่เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะมีโอกาสมากกว่าเวลาที่สมัครขอใช้บริการ

แต่ก็มีอีกหลายๆวิธีที่ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นภาษาอะไรก็สามารถทำได้ ลองพิจารณาดูนะครับ

Contextual Advertising
การหาเงินจาก Blog นั้นมีอยู่หลายวิธี แต่ที่นิยมกัีนในปัจจุบัน จะเป็นการติดโฆษณา ที่เรียกว่า “Contextual Advertising” หรือ โฆษณาที่จะแสดงออกมาให้ตรงกับเนื้อหาของเราโดยอัตโนมัติ เช่น เราเขียนเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือ ถ้าเกิดโฆษณาที่ติดใน Blog แสดงออกมาเกี่ยวกับรถยนต์ คนอ่านก็อาจจะไม่สนใจดู แต่ “Contextual Advertising” อาจจะเลือกเอาโฆษณาเกี่ยวกับร้านขายมือถือขึ้นมาแสดง แน่นอนคนอ่านก็ย่อมสนใจมากกว่าและก็จะเกิดการ Click เข้าไปดูโฆษณานั้นๆ ซึ่ง “Contextual Advertising” ก็มีหลายที่ เช่น Google Adsense, Yahoo! Publisher Network, MSN adCenter

ซึ่งส่วนใหญ่มักจะจ่ายเงินให้เราเมื่อมีการ Click ที่โฆษณา หรือเรียกว่า PPC (Pay Per Click)

ขายพื้นที่โฆษณา
เราสามารถจะขายพื้นที่โฆษณาใน Blog หรือเว็บได้เหมือนกับหนังสือพิมพ์เลย ถ้าเกิดมีคนสนใจจะลงโฆษณาบน Blog ของเรา เขาก็อาจจะซื้อพื้นที่เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้ หรือจ่ายเป็น CPM (ราคาต่อการแสดง banner 1000 ครั้ง) แต่ Blog ของคุณก็ต้องดังพอตัวแหละ เพราะไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีใครสนใจมาลงโฆษณากับคุณ ซึ่งทางผู้ให้บริการ เช่น AdBrite , BlogAds , BidVertiser , Text Link Ads เขาก็จะมีการประเมินราคาที่น่าจะเป็นให้คุณอยู่แล้ว

Affiliate Programsถ้าเราสนใจอยากจะเป็นนายหน้าขายสินค้าเพื่อรับค่า Commission ก็ทำได้ง่ายๆ เพราะแค่นำ link หรือ Banner ของสินค้าหรือของ Affiliate ที่น่าสนใจ หรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน Blog เรา มาแปะลงไป เมื่อมีผู้สนใจคลิ๊กเข้าไปดู แล้วสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ คุณก็จะได้รับค่า Commission ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งคุณก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องสินค้าหรือการเก็บเงิน เพราะมีผู้ให้บริการที่จะคอยรวมเงิน หรือเก็บสถิติ และนำเสนอสินค้าใหม่ๆให้คุณ ที่นิยมกันก็มี Amazon, Commission Junction , Linkshare, Clickbank

ขายโฆษณาบน Text Link หรือคำ, ประโยค
เวลาที่เราอ่าน Blog อยู่แล้วเห็น Link ที่มีขีดเส้นใต้ 2 เส้น นั้นแหละใช่เลย พอเราเอา Mouse ไปวางบน link ก็จะปรากฎโฆษณาขึ้นมา ทั้งข้อความและเป็น Video คิดดูแล้วกันว่า ขนาดคำหรือประโยคใน Blog หรือเว็บยังเอามาขายได้เลย ผู้ให้บริการ IntelliTXT

อื่นๆ
Chitika’s eMiniMalls นั้นเป็นโฆษณาแบบใหม่ที่มาแรง เพราะจะแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Blog เราออกมา ซึ่งการทำงานก็คล้าย Adsense แต่ว่าแสดงเป็นตัวสินค้าออกมาเลย แต่ก็สามารถเลือกบังคับให้แสดงสินค้าตาม Keyword ที่เราต้องการได้เหมือนกัน จ่ายเงินแบบ PPC ตาม Click ซึ่งบางครั้งก็ให้เรทที่สูงกว่า Adsense และมี Click through Rate ที่สูงกว่า เพราะว่านอกจาก Ads แล้ว ยังมีรูปประกอบ Review และเปรียบเทียบราคาอีกด้วย

ที่มา http://www.basicstep.net/adsense/how-to-make-money-from-blog/

Tag : จะทำเงินจาก Blog ได้ยังไงบ้าง? , Blog Advice

Monday, December 31, 2007

วิธีแทรกโฆษณา AdSense ระหว่างบทความใน Blogger

วิธีแทรกโฆษณา AdSense ระหว่างบทความใน Blogger
มีขั้นตอน ดังนี้

1. Login เข้าไปยัง Blogger และคลิกที่ รูปแบบ (layout)
2. ในแถบ Page Element ให้คลิกที่ Edit ในส่วนของ Blog Post
3. ในหน้าต่างตั้งค่าบทความบล็อก เพื่อนๆจะพบกับ checkbox อันใหม่ ชื่อว่า Show Ads Between Post อยู่ด้านล่างสุด ให้คลิก (ติ๊กถูก) บน checkbox นี้เลย
4. เมื่อติ๊กหน้า Show Ads Between Post แล้ว เพื่อนๆจะเห็นช่องสำหรับเพิ่มและปรับแต่ง AdSense ด้านล่าง โดยเพื่อนๆจะสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆเหมือนกับ ใส่ adsense ที่ Layout ค่ะ
5. กด Save ก็เป็นอันใช้งานได้ค่ะ

หมายเหตุ - ใช้ได้กับ Template ของ Blogger เท่านั้นนะคะ Theme อื่นๆ เปลี่ยนได้ แต่ไม่แสดงผล ไม่รู้ทำไม

Tag : Adsense

Sunday, December 16, 2007

Drop-down Menu for Labels in Blogger

วันนี้ มาทดลองทำ Drop-down Menu ให้กับ Label กัน
ตามมาค่ะ

1. ก่อนอื่นให้ Backup Template อันเดิมไว้ก่อนนะคะ โดยไปที่ Template>Edit HTML-> Download Full Template

2. เรายังอยู่ที่ Template>Edit HTML ให้มองหาคำว่า Expand Widget Templates เสร็จแล้ว Check เครื่องหมายถูกที่ หน้าคำนั้น (Expand Widget Templates)

3. หา Code



4. เมื่อหาเจอแล้ว ด้านล่าง Code นี้ จะมี Code ที่เริ่มต้นด้วย ทำการลบทิ้ง

5. แทนที่ด้วย Code



6. Preview ก่อนที่จะ กด Save

ขอให้โชคดีค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.earnblogger.com/drop-down-menu-for-labels-in-blogger/

How to install a Blogger XML template

เบื่อหน้าตา บล็อกของตัวเองหรือยังคะ
ถ้าเบื่อแล้ว วันนี้ จะสอนการเปลี่ยน หน้ากากให้ค่ะ ง่ายๆ เอง

1.


(กด ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ที่มี Theme ให้นะคะ)Search - blogger theme, blogger skin, blogger template

2.


3.


4.


ก่อนจะ upload ถ้ายังไม่มั่นใจ ให้ Save Theme อันเดิม เก็บไว้ก่อนนะคะ

Tuesday, April 17, 2007

Image Background In Header

วันก่อน post ใส่ภาพใน Header ไว้ ลองทำกันดูหรือยังคะ ตามตัวอย่างนี้ Sample


วันนี้ จะให้ทำภาพที่ Header ให้เป็น Background ตามตัวอย่างนี้ Sample1

ไม่มีอะไรยุ่งยาก (มีคำเตือนนิดนึงว่า ถ้ายังไม่เก่ง Code Html เท่าไหร่ ให้สร้าง Blog ใหม่นะคะ)

1. Log in เข้าสู่ Blogger นะคะ
2. ไปที่ Tab Template -> Edit Html
3. หา Code ตามภาพค่ะ

4. เพิ่ม Code background: url(URL of photo);
ให้เป็นดังภาพ


5. แค่นี้ ก็มีภาพที่ Header เป็น background ตามตัวอย่างแล้ว Sample1

Sunday, April 15, 2007

Insert Image In Header

หลังจากตระเวนเที่ยวไปตาม Blog ต่างๆเป็นเวลานาน
ได้ความรู้อะไรมาพอสมควร ถึงคราวต้องแบ่งปันกันบ้างแล้ว
อาจจะไม่มากมาย แต่ก็พอเอาไปตกแต่ง Blog ได้
เริ่มกันเลยนะคะ

วันนี้ เราจะนำภาพไปใส่ ใน Header กัน ตามตัวอย่างนี้

Sample

ขั้นตอน
สมมติว่า คุณได้ log in เรียบร้อยแล้ว

1. ไปที่ Tab Layout จะสังเกตเห็นว่า ปุ่ม Add Page Element มีเฉพาะด้านข้างและด้านล่าง เราจะทำการ เพิ่มปุ่มนี้ให้อยู่ด้านบน Header กัน
2. ไปที่ Tab Layout -> Edit Html
3. หา Code Html นี้ค่ะ


4. เปลี่ยน Code จาก maxwidgets='1' to maxwidgets='4' และ showaddelement='no' to showaddelement='yes'เท่านี้ล่ะ

5. กดปุ่ม SAVE TEMPLATE แล้ว click PAGE ELEMENT tab -> LAYOUT. คุณจะพบ ปุ่ม "Add a Page Element" อยู่ด้านบน Header

6. จะใ่ส่ภาพ ใส่ Code Adsense ก็ตามสบายเลยค่ะ ทีนี้

Special Thanks
http://blogger-tricks.blogspot.com/